
นพ.อานนท์ กุลธรรมานุสรณ์ และคณะ, การศึกษาสถานะสุขภาพและการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานคร (กรุงเทพฯ: แผนงานสนับสนุนองค์ความรู้และขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสุขภาวะคนไร้บ้าน, สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, 2569)
รายงาน “สถานะสุขภาพและการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานคร” ศึกษาสถานะสุขภาพ ปัจจัยกำหนดสุขภาพ และการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไร้บ้านในกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนปัญหาและข้อจำกัดของระบบบริการสุขภาพที่คนไร้บ้านเผชิญ ตลอดจนเสนอแนวทางพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพที่ตอบสนองต่อความต้องการของคนไร้บ้านอย่างครอบคลุมและต่อเนื่อง
- สถานการณ์และปัญหาสุขภาพของคนไร้บ้าน
ผลการศึกษาพบว่า คนไร้บ้านมีภาระโรคและความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงกว่ากลุ่มประชากรทั่วไปและกลุ่มคนจนเมืองในหลายด้าน ทั้งการเจ็บป่วยทั่วไป โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ปัญหาสุขภาพจิต และภาวะโภชนาการ โดยมีโอกาสเจ็บป่วยในรอบ 1 เดือนสูงกว่ากลุ่มคนจนเมืองถึง 2.06 เท่า ขณะที่พบภาวะซึมเศร้าร้อยละ 22.6 ภาวะซีดร้อยละ 43.0 และมีน้ำหนักตัวน้อยร้อยละ 11.3 นอกจากนี้ ยังพบอัตราการสูบบุหรี่ร้อยละ 55.2 และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรอบ 1 ปีร้อยละ 43.5 ซึ่งสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างชัดเจน
ปัญหาสุขภาพดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับสภาพการดำรงชีวิตในพื้นที่สาธารณะ ความไม่มั่นคงในชีวิต การขาดพื้นที่ส่วนตัว ความเครียด ความเหงา และการขาดความปลอดภัย จึงสะท้อนว่าปัญหาสุขภาพของคนไร้บ้านไม่ได้เกิดจากปัจจัยทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงด้วย
- ปัญหาการเข้าถึงสิทธิและบริการสุขภาพ
แม้คนไร้บ้านส่วนใหญ่ร้อยละ 83.9 จะมีสิทธิรักษาพยาบาล แต่ยังมีคนไร้บ้านร้อยละ 16.1 ที่ไม่มีหรือไม่ทราบสิทธิรักษาพยาบาล และแม้จะมีสิทธิอยู่แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเข้าถึงบริการได้จริง โดยพบว่าเมื่อเจ็บป่วย คนไร้บ้านเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลเพียงร้อยละ 37.5 ขณะที่ร้อยละ 13.4 ไม่ได้รับการรักษาเลย อุปสรรคสำคัญ ได้แก่ ค่าใช้จ่าย การขาดเอกสารยืนยันตัวตน การไม่ทราบวิธีใช้สิทธิ และการถูกตีตราจากผู้ให้บริการ
นอกจากนี้ คนไร้บ้านส่วนใหญ่ร้อยละ 57.4 ไม่เคยตรวจสุขภาพประจำปี ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการตรวจพบโรคเรื้อรังล่าช้า โดยพบผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงและน้ำตาลในเลือดสูงโดยไม่รู้ตัวร้อยละ 18.3 และ 3.9 ตามลำดับ สะท้อนถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพเชิงป้องกันและการคัดกรองโรค
- บทบาทของภาคประชาสังคม
ผลการศึกษาพบว่า ภาคประชาสังคมมีบทบาทสำคัญในการเป็นกลไกเชื่อมโยงคนไร้บ้านเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพและสวัสดิการของรัฐ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย การจ้างงาน และการแก้ไขปัญหาทางทะเบียนราษฎร โดยทำหน้าที่ประสานความช่วยเหลือและสนับสนุนให้คนไร้บ้านสามารถเข้าถึงบริการและสิทธิที่จำเป็นได้มากขึ้น
- ข้อเสนอเชิงนโยบาย
เอกสารนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1) การพัฒนาระบบบริการสุขภาพเฉพาะสำหรับคนไร้บ้าน
สนับสนุนการจัดบริการสุขภาพเชิงรุกผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยบริการสาธารณสุขและภาคประชาสังคม เช่น การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ การตรวจสุขภาพประจำปี การพัฒนาผู้จัดการรายกรณี (Case Manager) และการพัฒนาแกนนำคนไร้บ้าน (Peer Support) รวมถึงการขยายต้นแบบบ้านพักพิงชั่วคราวทางการแพทย์ เพื่อรองรับการพักฟื้นหลังออกจากโรงพยาบาล และพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับบริบทของคนไร้บ้าน
2) การบูรณาการการดูแลสุขภาพ การจ้างงาน และที่อยู่อาศัย
พัฒนาระบบสนับสนุนให้คนไร้บ้านสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง โดยเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพกับโอกาสในการจ้างงานและการสร้างรายได้ เนื่องจากการมีรายได้ที่เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้คนไร้บ้านสามารถกลับไปมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และส่งผลต่อสุขภาพและความต่อเนื่องในการรักษา
3) การสนับสนุนบทบาทของภาคประชาสังคม
ส่งเสริมบทบาทของภาคประชาสังคมในฐานะกลไกกลางในการเชื่อมโยงคนไร้บ้านเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพและสวัสดิการของรัฐ เพื่อพัฒนาระบบการดูแลที่มีความต่อเนื่อง ครอบคลุม และตอบสนองต่อความต้องการของคนไร้บ้านอย่างแท้จริง
สาระสำคัญชี้ให้เห็นว่า “ปัญหาสุขภาพของคนไร้บ้านไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการเจ็บป่วยหรือการขาดสิทธิรักษาพยาบาล แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงระหว่างสุขภาพ การเข้าถึงสิทธิ ระบบบริการทางการแพทย์ รายได้ และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย” แม้คนไร้บ้านส่วนใหญ่จะมีสิทธิหลักประกันสุขภาพ แต่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการจริง โดยเฉพาะการตรวจคัดกรอง การรักษาโรคเรื้อรัง และการดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ดังนั้น การพัฒนาระบบสุขภาพสำหรับคนไร้บ้านจึงจำเป็นต้องปรับจากการให้บริการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย ไปสู่ระบบการดูแลเชิงรุกที่เชื่อมโยงบริการสุขภาพกับสวัสดิการสังคม การจ้างงาน และที่อยู่อาศัย โดยมีภาคประชาสังคมเป็นกลไกสำคัญในการประสานและติดตามการช่วยเหลือ เพื่อให้คนไร้บ้านสามารถเข้าถึงสิทธิ มีสุขภาพที่ดีขึ้น และก้าวไปสู่การมีคุณภาพชีวิตและความมั่นคงในระยะยาว
