Slider

พื้นที่สาธารณะ: สิทธิของคนทุกคนที่อยู่ในเมือง ไม่ว่าจะมีบ้านหรือไม่มี

เมื่อมองไปทุกวันนี้ เราจะเห็นว่าพื้นที่สาธารณะถูกคุกคามด้วยพื้นที่ส่วนตัว ของกลางที่เป็นของทุกคน กลับถูกยึดครองโดยคนบางกลุ่ม และทำให้การเข้าถึงได้ต้องใช้เงิน พอเป็นแบบนี้ สิทธิการอยู่ในเมืองจึงโดนจำกัดด้วยทรัพย์สิน ใครมีทรัพย์สินมากกว่าก็ดูจะมีข้อต่อรองในฐานะประชาชนของเมืองมากกว่า ทำให้การเป็นคนเมืองที่ไม่มีทรัพย์สินนั้นลำบากกว่าเยอะ ตามตรรกะนี้ คนที่รับผลกระทบหนักที่สุดกลุ่มหนึ่ง จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนไร้บ้าน ที่ดูราวกับว่าไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ ทั้งนั้น แม้ว่าพวกเขาจะมีสิทธิการอยู่ในเมืองไม่ต่างจากเราก็ตาม

‘ภาวะไร้บ้าน’ เสี่ยงแพร่กระจาย เมื่อคนกว่า 30 ล้านอาจไม่มีที่อยู่

มีการคาดการว่า ท่ามกลางคนอเมริกันกว่า 110 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในที่พักอาศัยแบบเช่าอยู่ อย่างน้อย 30 ล้านคนจะเสี่ยงต่อการถูกไล่ออกจากที่พักภายในเดือนกันยายน และนี่คือเรื่องเร่งด่วนอย่างมาก “มีผู้เช่าเป็นล้านๆคนที่หลับไม่ลงในตอนกลางคืน เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะทำยังไง ถ้าต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน”

“คน” ไร้บ้านคือใคร และเรารู้จักคนไร้บ้านดีแค่ไหนกัน (1)

คนไร้บ้านมักเป็นกลุ่มคนเปราะบาง และประเด็นคนไร้บ้านก็สะท้อนให้เห็นว่า ที่คือผลจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความยากจน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และการที่ไม่มีหลักประกันหรือสวัสดิการใดๆมารองรับผู้คนที่สังคมไม่โอบอุ้มพวกเขา

ชีวิตใน “โรงแรมคนไร้บ้าน”

ตั้งแต่อังกฤษปิดประเทศ ผู้คนกว่า 14,500 คน ที่มีความเสี่ยงว่าจะต้องมานอนบนถนน ได้รับการจัดหาที่พักอาศัยฉุกเฉินให้ แต่ถึงอย่างนั้น คนไร้บ้านที่มีปัญหาทางจิตและปัญหาเสพติดก็ประสบปัญหาในการใช้ชีวิตในโรงแรม คนทำงานด้านคนไร้บ้านต่างก็กังวลว่าพวกเขาจะอยู่ในโรงแรมได้เพียงไม่กี่อาทิตย์และออกไปใช้ชีวิตข้างนอกอีก