เมืองเดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการลดจำนวนคนไร้บ้านด้วยแนวคิด “Housing First” ผลสำรวจปี 2569 ชี้ประชากรคนไร้บ้านบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะลดลงถึงร้อยละ 64 ภายในเวลาเพียง 3 ปี พร้อมส่งต่อผู้ประสบปัญหาเข้าสู่ที่อยู่อาศัยถาวรกว่า 7,700 คน

พลิกโฉมการแก้ปัญหา: จากการตั้งรับสู่มาตรการเชิงรุกที่ยั่งยืน
เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เดินหน้าแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างเป็นรูปธรรมผ่านการดำเนินนโยบาย Housing First ภายใต้โครงการ All In Mile High ซึ่งส่งผลให้จำนวนคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่บนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะลดลงถึงร้อยละ 64 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2566
ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์คนไร้บ้านประจำปี พ.ศ. 2569 เผยว่า ปัจจุบันมีผู้ที่ยังคงใช้ชีวิตบนท้องถนนเหลือเพียง 518 คน ขณะที่มีประชากรคนไร้บ้านอีกกว่า 7,700 คน ได้รับการสนับสนุนให้เข้าถึงที่อยู่อาศัยอย่างถาวร
ในขณะที่หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับแนวโน้มประชากรคนไร้บ้านที่เพิ่มสูงขึ้น จนมักถูกมองว่าเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ยากจะเยียวยา แต่เดนเวอร์กลับเลือกที่จะเดินหน้าในทิศทางที่ต่างออกไป ด้วยการใช้นโยบายเชิงรุกที่มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ การจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง และการขับเคลื่อนผ่านกลไกนโยบายสาธารณะที่ชัดเจน
ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญหรือเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราว หากแต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการยึดหลัก Housing First หรือการให้ความสำคัญกับการจัดหาที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเป็นลำดับแรก ก่อนจะเชื่อมโยงผู้ประสบปัญหาไปสู่บริการสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น การดูแลสุขภาพกายและจิตใจ การบำบัดรักษาสารเสพติด การพัฒนาทักษะอาชีพ และการสงเคราะห์ทางสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตระยะยาว
เจาะลึกตัวเลขการสำรวจแจงนับจำนวนประชากรคนไร้บ้าน: สถิติต่ำสุดในรอบ 9 ปี
ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากผลการสำรวจแจงนับจำนวนประชากรคนไร้บ้านประจำปี พ.ศ. 2569 หรือ Point-in-Time Count (PIT Count) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่ภาคสนามในคืนหนึ่ง (One Night Count) ของเดือนมกราคมตามมาตรฐานสากลของสหรัฐฯ สำนักข่าว CBS Colorado รายงานว่า มาตรการนี้ช่วยให้เดนเวอร์ลดจำนวนประชากรคนไร้บ้านได้มากที่สุดในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ และทำให้อัตราผู้ไร้ที่อยู่อาศัยลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 9 ปี
แกนหลักของความสำเร็จนี้มาจากโครงการ All In Mile High ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของนายกเทศมนตรี ไมค์ จอห์นสตัน (Mike Johnston) นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี พ.ศ. 2566 โดยเขาได้กำหนดให้แนวคิด Housing First เป็นยุทธศาสตร์หลักในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบแทนที่จะเป็นการจัดการปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ เพื่อลดโอกาสที่ผู้ประสบปัญหาจะเวียนว่ายกลับมาสู่ภาวะไร้บ้านอีกครั้ง
ถอดรหัสตัวเลข: ความแตกต่างระหว่าง “คนไร้บ้านบนท้องถนน” กับ “ในศูนย์พักพิง”
ตัวเลขร้อยละ 64 ที่ลดลงนั้น หมายถึงกลุ่มประชากรคนไร้บ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะ (Unsheltered Homeless) อาทิ ผู้ที่นอนบนทางเท้า ในรถยนต์ เต็นท์ หรือสถานที่ที่ไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย ซึ่งไม่ใช่จำนวนคนไร้บ้านทั้งหมดที่รวมผู้พำนักในศูนย์พักพิงชั่วคราวด้วย
สถิติเปรียบเทียบเชิงลึก:
- พ.ศ. 2566: มีคนไร้บ้านบนท้องถนนมากกว่า 1,400 คน
- พ.ศ. 2569: ลดลงเหลือเพียง 518 คน (ลดลง 64% ภายใน 3 ปี)
- หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว จำนวนคนไร้บ้านในพื้นที่สาธารณะลดลงถึงร้อยละ 34 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของนโยบายที่เห็นผลอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตัวเลขผู้ใช้ชีวิตบนท้องถนนที่ลดลงเหลือ 518 คน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 9 ปี ผลสำรวจในคืนเดียวกันกลับพบว่า ยังมีประชาชนอีกราว 5,900 คนที่ต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงและที่พักชั่วคราวทั่วเมือง
นั่นหมายความว่า แม้คนไร้บ้านจำนวนมากจะหลุดพ้นจากการนอนข้างถนนมาได้ แต่พวกเขายังคงติดอยู่ในระบบที่พักพิงชั่วคราว และยังเข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัยที่ถาวรทั้งหมด การประเมินผลนโยบายนี้จึงต้องแยกแยะระหว่าง “การลดจำนวนผู้ใช้ชีวิตบนท้องถนน” กับ “ภาพรวมของประชากรไร้บ้านทั้งหมด” เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายในเฟสถัดไปสามารถนำพาผู้คนจากศูนย์พักพิงชั่วคราวไปสู่ความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยได้อย่างยั่งยืน

หัวใจของ Housing First: “บ้าน” คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ไม่มีเงื่อนไข
ปรัชญาสำคัญของ Housing First คือการจัดหาที่อยู่อาศัยถาวรให้แก่ผู้ประสบปัญหาเป็นอันดับแรก โดยไม่มีข้อแม้ว่าต้องมีงานทำหรือต้องผ่านการบำบัดอาการเสพติดก่อน เนื่องจากแนวคิดนี้เชื่อมั่นว่า “บ้านที่มั่นคง” คือรากฐานแรกในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังต้องห่วงหน้าพะวงหลังกับการหาที่นอนในแต่ละคืน ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีศักยภาพในการดูแลสุขภาพ หางาน หรือวางแผนอนาคต
เมืองเดนเวอร์ได้ขับเคลื่อนแนวคิดนี้ผ่านโครงการ All In Mile High ด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านปัญหาคนไร้บ้านในปี พ.ศ. 2566 มีการตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อตัดลดขั้นตอนที่ล่าช้าของระบบราชการ และเร่งพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยเปลี่ยนรูปแบบจากศูนย์พักพิงรวมขนาดใหญ่ มาเป็นการจัดหาที่พักที่มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย เช่น การปรับปรุงห้องพักในโรงแรมเก่าหรือการสร้างบ้านขนาดเล็ก (Tiny Homes) ซึ่งตอบโจทย์และดึงดูดให้ผู้ประสบปัญหาเปิดใจเข้าร่วมโครงการมากขึ้น

ผลลัพธ์เชิงประจักษ์และโจทย์ท้าทายที่ยังต้องเผชิญ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 โครงการ All In Mile High ได้ส่งมอบที่อยู่อาศัยถาวรให้แก่ผู้ประสบปัญหาไปแล้วกว่า 7,700 คน และจัดหาที่พักพิงชั่วคราวรองรับอีกกว่า 8,500 คน รวมถึงสามารถแก้ปัญหาคนไร้บ้านในกลุ่มอดีตทหารผ่านศึกได้เกือบทั้งหมด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาพรวมของประชากรคนไร้บ้านทั้งหมด (รวมกลุ่มที่อยู่ในศูนย์พักพิง) กลับลดลงเพียงประมาณร้อยละ 8 เท่านั้น เนื่องจากเป็นการย้ายประชากรจากบนท้องถนนเข้ามาอยู่ใต้หลังคาของรัฐ ประกอบกับสถิติเด็กและเยาวชนไร้บ้านที่พุ่งสูงที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งสะท้อนว่าวิกฤตค่าครองชีพและราคาอสังหาริมทรัพย์ยังคงกดดันกลุ่มเปราะบางอย่างรุนแรง นโยบาย Housing First จึงยังจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและผลักดันอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนจากเดนเวอร์สู่บริบทโลก (และบราซิล)
กรณีศึกษาของเดนเวอร์สร้างแรงสะเทือนและเป็นบทเรียนสำคัญให้กับหลายประเทศ รวมถึงบราซิลที่ปัจจุบันมิติตัวเลขคนไร้บ้านจากฐานข้อมูล Cadastro Único พุ่งทะลุเกิน 300,000 คนและยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
บทเรียนล้ำค่าจากเดนเวอร์ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาคนไร้บ้านไม่ใช่เรื่องที่จัดการไม่ได้ หากแต่ต้องอาศัยการลงทุนที่ตรงจุด ระบบซัพพอร์ตที่เข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ “การไม่แก้ปัญหาด้วยการผลักไสพวกเขาให้ออกไปพ้นสายตาจากพื้นที่สาธารณะ”แม้การนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ในแต่ละประเทศจะต้องคำนึงถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณและโครงสร้างสวัสดิการที่แตกต่างกัน แต่สัจธรรมข้อหนึ่งที่เดนเวอร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วก็คือ การหยิบยื่นที่อยู่อาศัยและการโอบอุ้มทางสังคม คือกุญแจดอกเดียวที่จะไขไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว
ที่มา: https://en.clickpetroleoegas.com.br/denvers-housing-first-approach-reduces-homeless-population-by-64-in-three-years-2026-census-finds-only-518-people-on-streets-7700-moved-to-p-btl96/#goog_rewarded
เขียนโดย บรูโน เทเลส (Bruno Teles)
