
องค์การสหประชาชาติ (United Nations) เคยประมาณการในปี 2005 ไว้ว่า มีคนไร้บ้านกว่า 150 ล้านคนทั่วโลก คิดเป็นร้อยละ 2 ของประชากรโลกทั้งหมด แต่ในความเป็นจริง จำนวนคนไร้บ้านที่ตกสำรวจมีมากกว่านั้น และยังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ก่อนยุคโควิดเสียด้วยซ้ำ เพราะอย่างกลุ่มประเทศยุโรปเองก็มีการเพิ่มขึ้นของคนไร้บ้านภายในศูนย์พักพิงกว่า 70% ภายในทศวรรษเดียว
ส่วนประเทศญี่ปุ่นที่เป็นสังคมผู้สูงวัยนั้น อายุเฉลี่ยของคนไร้บ้านในญี่ปุ่นก็พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 63.6 ปี และ 40% ของคนเหล่านี้ต้องใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนนานกว่า 10 ปี
สาเหตุที่จำนวนคนไร้บ้านเพิ่มจำนวนมากขึ้นมาจากปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ราคาบ้านที่สูงขึ้นสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและรายได้ต่อหัว ปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ทำให้คนคนนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจนไม่สามารถเช่าบ้านได้ การถูกเลือกปฏิบัติจนทำให้เสียสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ตลอดจนปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
ปัญหาเหล่านี้มักถูกให้ความสำคัญเป็นลำดับท้ายๆ ยิ่งนานวันก็ยิ่งสะสม จนท้ายที่สุดแล้วก็เป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไข เพราะหากจะแก้ ต้องใช้ความร่วมมือจากหลายฝ่าย
ในสหรัฐอเมริกา ปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนมีบ้านกลายเป็นไร้บ้านได้ เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสูง เนื่องจากรัฐไม่ได้มีนโยบายสนับสนุน พอป่วยแต่ยังรักษาไม่หายก็ไม่สามารถทำงานหาเงินเพิ่มได้ จนสุดท้ายเงินที่เหลืออยู่ก็ไม่พอเช่าที่ซุกหัวนอน ถ้าจะให้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนระหว่างการลดค่าเช่าบ้าน การเพิ่มค่าแรง หรือการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ
ภาพใต้กราฟที่พุ่งขึ้นของจำนวนคนไร้บ้านทั่วโลก 1 ในตัวเลขที่น่ากังวล คือ จำนวนผู้สูงอายุไร้บ้าน เพราะผู้สูงอายุมีข้อจำกัดมากกว่าคนหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพและการเคลื่อนไหว ที่ทำให้ยากต่อการเข้าถึงที่พักพิง เพราะศูนย์พักพิงหลายแห่งเป็นเตียง 2 ชั้น หากมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวก็ไม่สามารถเข้ามาใช้บริการได้ อีกทั้งผู้สูงอายุยังอาจมีข้อจำกัดด้านการทำงานและจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือในกิจวัตรประจำวัน แต่ศูนย์พักพิงส่วนมากไม่ได้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีความต้องการเฉพาะเหล่านี้
นานาประเทศจึงต้องจัดสรรมาตรการรองรับคนไร้บ้านที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคม และปัญหาในท้องที่ บางประเทศจึงดูแลปัญหาคนไร้บ้านแบบองค์รวม ไม่ได้แยกเพศและวัย แต่ก็มีบางประเทศที่ออกมาตรการที่รองรับผู้สูงวัยไร้บ้านโดยเฉพาะ อาทิ
🏴 สกอตแลนด์
พรบ.ที่อยู่อาศัย (Housing Act 1987) ของประเทศสกอตแลนด์ กำหนดให้หน่วยงานท้องถิ่นต้องช่วยเหลือคนไร้บ้านหรือคนที่มีความเสี่ยงที่จะไร้บ้าน เช่น เสนอที่พักอาศัยชั่วคราวหรือถาวรให้ และต้องคอยป้องกันไม่ให้คนในพื้นที่เผชิญปัญหาไร้บ้าน ผ่านการอบรมให้ความรู้ และการออกมาตรการป้องกันในพื้นที่ของตนเอง
สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป จะมีบริการที่อยู่อาศัยแบบพิเศษที่เรียกว่า ‘ที่อยู่อาศัยแบบมีการดูแล (Sheltered housing)’ ซึ่งจะมีการสนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันควบคู่ไปด้วย อาทิ ระบบสัญญาณฉุกเฉิน ผู้ช่วยที่ประจำอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และกิจกรรมทางสังคมที่จัดขึ้นเป็นประจำ
🇦🇺 ออสเตรเลีย
สถาบันสุขภาพและสวัสดิการออสเตรเลีย (Australian Institute of Health and Welfare) รายงานว่าสัดส่วนของผู้สูงวัยไร้บ้านภายในศูนย์พักพิงและให้บริการคนไร้บ้านมีจำนวนมากขึ้น จึงมีบ้านพักคนชราหลายแห่งที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุไร้บ้านอย่างครบวงจร เช่น จัดหางาน ดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน และบ้านพักคนชราเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาล
🇨🇦 แคนาดา
ในประเทศแคนาดา นอกจากมีบริการตรวจสุขภาพตามท้องถนนที่คนไร้บ้านสามารถเข้ามาใช้บริการได้แล้ว ยังมีศูนย์พักพิงผู้สูงอายุอิสลิงตัน (Islington Seniors’ Shelter) ศูนย์พักพิงที่รองรับคนไร้บ้านอายุ 55 ปีขึ้นไป ที่จัดสรรห้องพักที่เหมาะสมให้กับผู้สูงวัยไร้บ้าน และมีพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมแบบชุมชนร่วมกันอีกด้วย
🇫🇮 ฟินแลนด์
ประเทศฟินแลนด์ถือเป็นประเทศต้นแบบในการจัดการและแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน โดยมีโครงการเรือธงอย่าง โครงการ Housing First ที่ให้ความสำคัญกับการจัดหาที่อยู่อาศัยเป็นลำดับแรก ก่อนจะดูแลและให้คำปรึกษาในปัญหาอื่นๆ เฉพาะบุคคล ทำให้ผู้สูงอายุไร้บ้านที่เข้าร่วมโครงการนี้มีทั้งที่อยู่อาศัยและผู้ดูแลในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ฟินแลนด์ยังมีอพาร์ตเมนต์สำหรับคนไร้บ้านในราคาที่ประหยัด สำหรับผู้ที่มีปัญหาการใช้สารเสพติด ผู้ป่วยจิตเวช และผู้สูงอายุ ภายใต้การสนับสนุนของรัฐอีกด้วย
🇺🇸 สหรัฐอเมริกา
สหรัฐอเมริกาเป็น 1 ในประเทศที่ประสบปัญหาการเพิ่มขึ้นของคนไร้บ้าน โดยรายงานของกระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมืองของสหรัฐฯ (HUD) ระบุว่า 20% ของคนไร้บ้านเป็นผู้สูงอายุ จึงมีหน่วยงานต่างๆ ที่ออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ อาทิ องค์กร Hearth องค์กรไม่แสวงหากำไรในเมืองบอสตัน ที่มีมาตรการช่วยเหลือผู้สูงวัยไร้บ้านผ่าน 2 โครงการหลัก คือ
(1) โครงการ Hearth Outreach : สำรวจ ค้นหา และให้ความช่วยเหลือผู้สูงอายุไร้บ้าน และผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงที่จะไร้บ้าน เช่น พาไปสัมภาษณ์งาน พาไปหาหมอ
(2) โครงการที่อยู่อาศัยถาวรพร้อมบริการสนับสนุน (Permanent Supportive Housing) : จัดหาที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัย ราคาเอื้อมถึง และมีบริการช่วยเหลือเสริมที่ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกใช้ตามความจำเป็น ซึ่งในปัจจุบัน องค์กรมีที่พักอาศัยภายใต้โครงการจำนวน 196 ยูนิต
นอกจากนี้ยังมีบริการจากหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น (1) การให้บริการด้านอาหาร การเดินทาง และการให้ความรู้แก่ “ผู้ดูแลผู้สูงอายุ” และ “ผู้สูงอายุ” ในทุกที่ รวมไปถึงในศูนย์พักพิงคนไร้บ้าน (2) จัดหาที่อยู่อาศัยผ่านโครงการสนับสนุนที่อยู่อาศัยแบบถาวร (Permanent Supportive Housing : PSH) และ (3) บริการตรวจและดูแลสุขภาพตามท้องถนน
สำหรับประเทศไทย 🇹🇭 มาตรการการรองรับคนไร้บ้านในปัจจุบันเป็นมาตรการแบบองค์รวม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 มาตรา 23 ที่ระบุว่า ให้สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหรือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งให้ความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นในเบื้องต้น แต่ยังไม่ได้มีมาตรการไหนที่รองรับผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ
เช่น พื้นที่สำหรับดูแลคนไร้ที่พึ่งประมาณ 73 แห่งทั่วประเทศโดยภาครัฐ โครงการที่อยู่อาศัยคนละครึ่งที่ช่วยจ่ายค่าเช่าบ้าน โครงการจ้างวานข้าโดยมูลนิธิกระจกเงาที่เป็นการจ้างงานคนไร้บ้าน และบ้านอิ่มใจ ที่พักชั่วคราว (Emergency Shelters) เพื่อพัฒนาการจัดบริการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์แบบครบวงจรสำหรับคนไร้บ้านที่กำลังจะเปิดให้บริการต้นปี 2569
การไม่มีมาตรการรองรับเฉพาะกลุ่ม อาจทำให้การแก้ปัญหาคนไร้บ้านสูงวัยไม่ยั่งยืน และไม่ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรการที่สร้างมาแก้ปัญหาอย่างตรงจุด
เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์
ภาพประกอบ : บัว คำดี
อ้างอิง
- Aged care homes
- Toronto Housing and Homeless Supports
- pulitzercenter
- U.S. Interagency Council on Homelessness (USICH).
- Geriatric Conditions Among Formerly Homeless Older Adults Living in Permanent Supportive Housing
- The Scottish Government
- the Government Accountability Office (GAO)
- Newsonjapan
- WEF
- The National Alliance to End Homelessness
- กทม.
- hearth-home
