
จากชีวิตที่เคยไร้บ้านสู่ก้าวสำคัญบนเส้นทางการศึกษา คนไร้บ้านร่วมฉลองความสำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา
เมื่อการศึกษาเปิดประตูสู่โอกาสและการเริ่มต้นชีวิตใหม่
เมื่อพูดถึงการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้าน ภาพที่สังคมมักนึกถึงอาจเป็นเรื่องของการจัดหาที่พัก อาหาร การรักษาพยาบาล หรือการช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐานเพื่อให้ผู้คนสามารถผ่านพ้นวิกฤตในชีวิตไปได้ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวจากประเทศอังกฤษกำลังชวนให้เรามองปัญหานี้ให้กว้างออกไปว่า เมื่อบุคคลสามารถมีที่อยู่อาศัยและความมั่นคงขั้นพื้นฐานแล้ว ขั้นต่อไปของการฟื้นฟูชีวิตควรเป็นอะไร
จากกรณีศึกษาของโครงการ From Adversity to University (A2U) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง Single Homeless Project (SHP) และ University of Chichester ในสหราชอาณาจักร เป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำ “การศึกษา” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างโอกาสสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาการไร้บ้าน
โครงการนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้ที่กำลังอยู่ในสภาวะการไร้บ้านได้กลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ ผ่านหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยไม่ได้มองว่าผู้เรียนจำเป็นต้องมีความพร้อมทุกด้านเสียก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าถึงการศึกษา หากแต่พยายามสร้างสภาพแวดล้อมและระบบสนับสนุนที่ทำให้ผู้เรียนสามารถค่อย ๆ พัฒนาความพร้อมไปพร้อมกับการเรียนรู้
จาก “ผู้รับความช่วยเหลือ” สู่ “ผู้เรียนรู้”
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของโครงการ A2U คือการเปลี่ยนมุมมองต่อคนที่กำลังเผชิญภาวะการไร้บ้าน จากบุคคลที่ถูกมองผ่านปัญหาและความต้องการความช่วยเหลือ ไปสู่การมองเห็น ศักยภาพ ความสนใจ และความสามารถในการกำหนดอนาคตของตนเอง
ผู้เข้าร่วมโครงการไม่ได้เข้ามาเรียนเพียงเพื่อรับประกาศนียบัตร แต่กระบวนการเรียนรู้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่สำหรับการค้นหาศักยภาพและสร้างความมั่นใจกลับคืนมา หลังจากที่หลายคนอาจเคยเผชิญประสบการณ์ที่ยากลำบากทั้งในชีวิตส่วนตัว การทำงาน และระบบการศึกษา
หลักสูตรประกอบด้วยการเรียนในกลุ่มขนาดเล็ก การบรรยาย เวิร์กช็อป และการอภิปรายอย่างมีส่วนร่วม โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ตั้งคำถาม แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อและการทำงาน สิ่งที่น่าสนใจคือ ประสบการณ์ชีวิตของผู้เรียนไม่ได้ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาแต่ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับประสบการณ์ของตนเอง ทำให้ห้องเรียนกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจากภูมิหลังแตกต่างกันสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้
แนวทางดังกล่าวช่วยให้การศึกษาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นกระบวนการฟื้นฟูความมั่นใจและความรู้สึกว่าตนเองยังสามารถเรียนรู้ พัฒนา และสร้างอนาคตใหม่ได้
เมื่อ “การเรียน” กลายเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูชีวิต
สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญภาวะไร้บ้าน การกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอาจมีความท้าทายมากกว่าการสมัครเรียนหรือการเข้าเรียนในห้องเรียน เพราะชีวิตประจำวันอาจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย รายได้ สุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว และประสบการณ์ในอดีต ดังนั้น การสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับกลุ่มคนดังกล่าวจึงจำเป็นต้องมีมากกว่าการเปิดรับสมัครเข้าเรียน แต่ต้องมีระบบสนับสนุนที่เข้าใจบริบทชีวิตของผู้เรียน
โครงการ A2U จึงใช้รูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้เรียน ขณะเดียวกันยังสร้างพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ร่วมกันอย่างปลอดภัยและเป็นมิตร สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินโครงการจึงไม่ได้มีเพียงผลลัพธ์ทางการศึกษา แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน ความมั่นใจในตนเองและการค้นพบว่าตนเองยังมีความสามารถที่จะก้าวไปสู่เป้าหมายใหม่ ๆ
ผู้เข้าร่วมคนหนึ่งสะท้อนว่า การเข้าร่วมหลักสูตรทำให้ความสนใจและความหลงใหลในการเรียนรู้ของเขากลับมาอีกครั้ง ขณะที่ผู้เข้าร่วมอีกคนซึ่งเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากระบบการศึกษาในอดีต มองว่าประสบการณ์ครั้งนี้แตกต่างออกไปเพราะหลักสูตรไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าตนเองกำลังถูกตัดสินจากอดีตแต่เปิดพื้นที่ให้เรียนรู้และเติบโตไปข้างหน้า สำหรับผู้เรียนบางคน การได้รับประกาศนียบัตรเมื่อจบหลักสูตรจึงมีความหมายมากกว่ากระดาษหนึ่งใบ เพราะเป็นหลักฐานที่สะท้อนว่า “ฉันทำได้” และเป็นเครื่องยืนยันว่าชีวิตยังสามารถเริ่มต้นบทใหม่ได้
“ประตูบานหนึ่งได้เปิดออก”
คำสะท้อนจากผู้เข้าร่วมโครงการที่บอกว่า การสำเร็จหลักสูตรทำให้รู้สึกว่า “ประตูบานหนึ่งได้เปิดออก” เป็นภาพที่สะท้อนความหมายของโครงการได้อย่างชัดเจน สำหรับคนที่เคยเผชิญกับความไม่มั่นคงในชีวิต การมีโอกาสกลับเข้าสู่การเรียนรู้ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่มพูนความรู้ แต่หมายถึงการได้เห็นว่าตนเองยังมีทางเลือก
จากจุดที่เคยต้องมุ่งเอาตัวรอดในแต่ละวัน อาจค่อย ๆ ขยับไปสู่การตั้งคำถามว่า
“ฉันอยากเรียนอะไร”
“ฉันอยากทำงานอะไร”
“ฉันอยากใช้ชีวิตแบบไหน”
และ “ฉันจะสร้างอนาคตของตัวเองได้อย่างไร”
คำถามเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่เคยอยู่ในภาวะวิกฤตของชีวิต การมีพื้นที่ให้กลับมาคิดถึงอนาคตอีกครั้งอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลง
จากมหาวิทยาลัยสู่การทำงานและการมีส่วนร่วมในสังคม
เป้าหมายของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่การเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปถึง การจ้างงาน การทำงานอาสาสมัคร และการมีส่วนร่วมในสังคม
การศึกษาในลักษณะนี้จึงมีความสัมพันธ์กับการฟื้นฟูชีวิตในหลายมิติ เพราะการมีทักษะและความมั่นใจสามารถช่วยเปิดทางไปสู่โอกาสด้านอาชีพ ขณะที่การทำงานหรือการมีบทบาทในสังคมก็สามารถช่วยสร้างความรู้สึกถึงคุณค่าและความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมกลับคืนมา
หลังจากโครงการนำร่องสิ้นสุดลง SHP มีแผนที่จะนำหลักสูตรไปพัฒนาต่อและบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานในระยะยาว นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการรุ่นแรกบางส่วนยังมีโอกาสได้รับการฝึกอบรมเพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้เรียนรุ่นต่อไป
การเปลี่ยนบทบาทดังกล่าวมีความหมายในเชิงระบบอย่างมาก เพราะผู้ที่เคยเป็นผู้รับบริการสามารถกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทในการสนับสนุนผู้อื่นได้
จาก “ผู้รับความช่วยเหลือ” – “ผู้เรียน” – “ผู้มีส่วนร่วม” – “ผู้ส่งต่อโอกาส”
กระบวนการเช่นนี้สะท้อนแนวคิดการทำงานกับคนไร้บ้านที่ไม่ได้มุ่งเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสามารถในการกำหนดชีวิตของตนเองในระยะยาว
การแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอาจต้องไปไกลกว่าคำว่า “มีที่อยู่”
เรื่องราวของ A2U ยังชวนให้ตั้งคำถามสำคัญต่อการออกแบบนโยบายด้านคนไร้บ้านว่าการออกจากภาวะไร้บ้านควรถูกนิยามเพียงการมีที่อยู่อาศัยหรือไม่ แน่นอนว่าที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่การมีบ้านเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้บุคคลสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี
การฟื้นฟูชีวิตอาจจำเป็นต้องครอบคลุมถึงสุขภาพ รายได้ การทำงาน ความสัมพันธ์ทางสังคม การศึกษา ทักษะชีวิต และโอกาสในการมีส่วนร่วมกับสังคม ในมุมนี้ การศึกษาไม่ได้เป็นเพียงบริการเสริมแต่สามารถเป็นหนึ่งในกลไกของการป้องกันการกลับเข้าสู่ภาวะเปราะบางและการสร้างความมั่นคงในระยะยาว เพราะเมื่อบุคคลได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะ ได้ค้นพบความสามารถของตนเอง และมีเส้นทางไปสู่การศึกษาและการทำงาน ก็อาจเพิ่มทางเลือกในการจัดการชีวิตและสร้างอนาคตของตนเอง
บทเรียนสำคัญ: “โอกาส” ต้องถูกออกแบบให้เข้าถึงได้จริง
สิ่งที่กรณีศึกษาจากชิเชสเตอร์สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน คือ การพูดว่า “ทุกคนมีโอกาสทางการศึกษา” อาจไม่เพียงพอ หากระบบการศึกษายังถูกออกแบบโดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผู้เรียนทุกคนมีต้นทุนชีวิตเหมือนกัน
คนที่มีบ้าน มีรายได้ มีครอบครัวสนับสนุน และมีประสบการณ์ที่ดีกับระบบการศึกษา ย่อมมีเงื่อนไขในการเข้าสู่มหาวิทยาลัยแตกต่างจากคนที่กำลังเผชิญภาวะไร้บ้าน ดังนั้น การสร้างความเท่าเทียมจึงอาจไม่ได้หมายถึงการให้ทุกคนได้รับสิ่งเดียวกัน แต่หมายถึงการออกแบบระบบให้สามารถตอบสนองต่อความแตกต่างของต้นทุนชีวิตและอุปสรรคที่แต่ละคนเผชิญ
กรณีของ A2U จึงน่าสนใจตรงที่ไม่ได้ถามเพียงว่า
“คนไร้บ้านพร้อมที่จะเข้ามหาวิทยาลัยหรือยัง?”
แต่กลับตั้งคำถามในอีกด้านว่า
“มหาวิทยาลัยและระบบสนับสนุนพร้อมเพียงใดที่จะเปิดประตูให้คนที่มีประสบการณ์ชีวิตแตกต่างออกไป?”
คำถามนี้อาจนำไปสู่การออกแบบระบบการศึกษาและระบบสวัสดิการที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมองผู้คนจากศักยภาพที่พวกเขาสามารถพัฒนาได้ มากกว่าตัดสินจากสถานะหรือประสบการณ์ในอดีต
จาก “การช่วยเหลือ” สู่ “การสร้างความเป็นไปได้”
เรื่องราวของผู้เรียนจาก SHP และ University of Chichester จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่สามารถเรียนจบหลักสูตร แต่เป็นตัวอย่างของการสร้าง “เส้นทางแห่งโอกาส” ให้กับผู้ที่เคยถูกจำกัดทางเลือกในชีวิต
การแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างยั่งยืนอาจไม่ได้หมายถึงเพียงการพาคนคนหนึ่งออกจากพื้นที่สาธารณะเข้าสู่ที่พัก แต่คือการทำให้เขาสามารถก้าวต่อไปจากที่พักนั้นได้ ไปสู่การเรียนรู้ การทำงาน การมีความสัมพันธ์กับสังคม และการมีอนาคตที่ตนเองเลือกได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วบ้านอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นคง แต่โอกาสคือสิ่งที่ทำให้ชีวิตสามารถก้าวต่อไปได้
และบางครั้ง สิ่งที่คนคนหนึ่งต้องการอาจไม่ใช่เพียง “ที่ให้พักพิง” แต่คือ พื้นที่ที่ทำให้เขากลับมาเชื่ออีกครั้งว่า ชีวิตของเขายังสามารถไปได้ไกลกว่าที่เคยคิด
กรณีของ From Adversity to University จึงชวนให้สังคมหันกลับมามองคนไร้บ้านในฐานะ “คนที่มีอนาคต” ไม่ใช่เพียง “คนที่กำลังมีปัญหา” และชวนให้การทำงานด้านคนไร้บ้านขยับจากการตอบสนองต่อวิกฤต ไปสู่การสร้างระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถฟื้นฟูศักยภาพและกลับมาเป็นผู้กำหนดทิศทางชีวิตของตนเองได้อีกครั้ง
ที่มา: https://www.sussexexpress.co.uk/your-world/from-homelessness-to-higher-education-chichester-learners-celebrate-success-9245130
ผู้เขียน: Rachael Page
สถานะ: Contributor
เผยแพร่: 1 ตุลาคม 2026 เวลา 10:14 น. (BST)
