หนึ่งปีกับโควิด มีมาตรการอะไรมารองรับคนไร้บ้าน?
วิกฤติไวรัสโควิด-19 ทำให้เราเห็นว่าประชาชนอยู่ในสถานะที่เปราะบางอย่างแสนสาหัส และในขณะเดียวกันเอง มันยังชี้ไปที่สิ่งที่มีไม่มากพอ นั่นคือมาตรการของรัฐที่ทำหน้าที่เป็นตาข่ายคอยดักคนมิให้ร่วงหล่น
วิกฤติไวรัสโควิด-19 ทำให้เราเห็นว่าประชาชนอยู่ในสถานะที่เปราะบางอย่างแสนสาหัส และในขณะเดียวกันเอง มันยังชี้ไปที่สิ่งที่มีไม่มากพอ นั่นคือมาตรการของรัฐที่ทำหน้าที่เป็นตาข่ายคอยดักคนมิให้ร่วงหล่น
อัตราครอบครัวไร้บ้านกำลังพุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ เพราะการระบาดของโควิด-19 กว่า 63,000 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในลอนดอนจะต้องใช้เวลาช่วงคริสต์มาสในที่พักอาศัยชั่วคราว (ราวสองในสามของจำนวนนี้ คือครอบครัวที่มีเด็กอยู่ด้วย) จำนวนครอบครัวไร้บ้านพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม 4,000 ครอบครัว เมื่อเทียบกับปี 2019
ดีไซน์เนอร์ชื่อว่าบาส ทิมเมอร์ (Bas Timmer) ประดิษฐ์เสื้อโค้ทที่ใช้เป็นถุงนอนได้ สำหรับผู้อพยพและคนไร้บ้าน
ทำไมช่วงเวลาที่เราใช้ในพื้นที่สาธารณะมันชวนให้อึดอัดจัง? จะนั่ง จะยืน จะพักผ่อนสักนิดก็ไม่เหมาะสักอย่างเลย แป๊บ ๆ ก็จำต้องย้ายตัวเองไปที่อื่นแล้ว เหมือนพื้นที่ตรงนั้นไม่ต้อนรับการปรากฏตัวของเราเลย?
บทความจาก New York Times รายงานว่า คนอเมริกาไร้บ้านน่าจะเพิ่มขึ้นอีกสามเท่าตัวในทศวรรษที่จะมาถึง แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ได้คำนวณผลกระทบจากโควิด-19
ที่อยู่อาศัยที่ไม่เพียงพอและราคาสูง ผลักดันให้ผู้คนไร้บ้าน และทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกหนีสภาวะไร้บ้าน หากไม่มีที่อยู่อาศัยมั่นคง ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนจะเข้าถึงการศึกษา มีงานทำ หรือมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี
Affordable housing คือแนวคิดที่ยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิที่จะมีที่พำนักอาศัยอย่างมั่นคง
สำนักข่าว The Guardian รายงานว่าสภาวะไร้บ้านในชนบทของอังกฤษ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 115 ตอนนี้มีคนไร้บ้านในชนบทมากถึง 19,975 คน
การเป็นคนไร้บ้านเองก็มีที่ทางอยู่ในภาษาในชีวิตประจำวันและภาษาข่าว – ในฐานะสัญลักษณ์ของ “อันตราย” “อาชญากรรม” “ความสกปรก” “ภาชนะรองรับความเห็นใจ เมตตา เอื้ออาทร” “เดนมนุษย์” “ความล้มเหลว” และ “ส่วนเกินของสังคมที่ต้องกำจัดให้ได้” และด้วยมายาคติเหล่านี้เอง คนทั่ว ๆ ไปจึงตัดสินใจปฏิบัติกับคนไร้บ้านดุจเป็นอาชญากร
เมื่อการไม่มีที่อยู่อาศัยมั่นคงถูกตราว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของสังคม ผนวกกับอคติที่ผู้คนมีต่อบุคคลที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ร่างกายของคนไร้บ้านจึงไม่ต่างอะไรจากเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามพื้นที่ต่าง ๆ เข้าไปไล่รังควาน หรือตกเป็นเป้านิ่งให้ผู้บังคับใช้กฎหมายเล่นงาน
เราคงเคยได้ยินกันว่า การให้เงินคนไร้บ้านไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือพวกเขา เพราะไร้บ้านอาจนำเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่าย หรือนำเงินไปซื้อเหล้าซื้อยาเสพติด ทว่าผลวิจัยใหม่จากแคนาดากลับพิสูจน์สิ่งที่ตรงกันข้าม
ขอชวนทุกคนมา ‘ตั้งใจมอง’ คนไร้บ้านด้วยการผ่านการดูหนัง หนังที่มีตัวละครนำเป็นเด็กทั้ง 6 เรื่องนี้ ดูเผินๆ แล้วอาจเป็นหนังประเภทก้าวผ่านวัย (coming of age) ธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อสังเกตจะพบว่าชีวิตของเด็กๆ ในหนังเหล่านี้ล้วนเสนอแง่มุมที่แตกต่างกันเกี่ยวกับ ‘ความไร้บ้าน’ พวกเขาต่างมีเหตุผล มีความสุข ความทุกข์ และการดิ้นรนต่อสู้ของพวกเขาเอง