เมื่อ “ที่พัก” ไม่ใช่ “บ้าน”

เมื่อเรานึกถึงนโยบายที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของคนยากจน สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจจะไม่ใช่แค่ปริมาณของที่อยู่อาศัยซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของผู้คน แต่เป็นความรู้สึกของคนที่ต้องเข้าไปอยู่อาศัยในสถานที่เหล่านั้น และความรู้สึกที่สถานที่เหล่านี้ก่อให้เกิดขึ้นในใจของผู้พักอาศัย

วิกฤตที่อยู่อาศัยของอเมริกา และผู้สูงอายุไร้บ้าน

บทความจาก New York Times รายงานว่า คนอเมริกาไร้บ้านน่าจะเพิ่มขึ้นอีกสามเท่าตัวในทศวรรษที่จะมาถึง แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ได้คำนวณผลกระทบจากโควิด-19

ที่ซุกหัวนอนเป็นหลักเป็นแหล่ง ทำให้ชีวิตผู้คนมั่นคง: ออสเตรเลียลงทุนในที่พักอาศัย

ที่อยู่อาศัยที่ไม่เพียงพอและราคาสูง ผลักดันให้ผู้คนไร้บ้าน และทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลีกหนีสภาวะไร้บ้าน หากไม่มีที่อยู่อาศัยมั่นคง ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนจะเข้าถึงการศึกษา มีงานทำ หรือมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดี

สโมสรคริสตัลพาเลซเปิดสนามเซลเฮิสต์พาร์คให้คนไร้บ้านอาศัยในช่วงสภาพอากาศอันเลวร้ายในลอนดอน

สโมสรคริสตัลพาเลซ ทีมฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษเปิดสนามเซลเฮิสต์พาร์คให้คนไร้บ้านเข้ามาอาศัยหลังสภาพอากาศอันหนาวเหน็บในลอนดอนมีอุณหภูมิติดลบ อันเป็นความร่วมมือระหว่างผู้บริหารของสโมสรและสภาท้องถิ่นเมืองครอยดอน (Croydon)

รู้ไหมว่า คนไร้บ้าน อยู่ตรงไหนบ้างในกทม.

รายงานการวิจัย ระบุว่า คนไร้บ้านกระจายอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพียง 129 คน คิดเป็นร้อยละ 9.87 ที่เหลือจำนวนร้อยละ 90.13 คิดเป็นร้อยละ 90.13 อาศัยอยู่ในพื้นที่สาธารณะ