ความไร้บ้านในโลกที่ AI กำหนด และสภาพภูมิอากาศชักจะแย่ลงเรื่อย ๆ
เมื่อตัวแปรของความเหลื่อมล้ำเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแปลว่า ความเป็นไปได้ที่คนจะประสบภาวะไร้บ้านก็เพิ่มขึ้น บางอันเหมือนจะไม่เกี่ยว แต่ก็เกี่ยวนะ
เมื่อตัวแปรของความเหลื่อมล้ำเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแปลว่า ความเป็นไปได้ที่คนจะประสบภาวะไร้บ้านก็เพิ่มขึ้น บางอันเหมือนจะไม่เกี่ยว แต่ก็เกี่ยวนะ
อนาคตสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ชายขอบยิ่งเลือนราง และประชากรในสังคมมีสิทธิจะร่วงหล่นสู่สภาวะเปราะบางได้ง่ายขึ้น หากไม่มีการจัดการวิกฤติสภาพภูมิอากาศไปพร้อม ๆ กับความอยุติธรรมในสังคม ทุกพื้นที่คือกายภาพแห่งความเหลื่อมล้ำ
สภาวะไร้บ้านส่งผลต่อคนไร้บ้านในหลากหลายด้าน บางอย่างก็เป็นผลกระทบที่เราอาจคาดไม่ถึง แต่ก็ล้วนส่งผลต่อการดำเนินชีวิต และชีวิตจิตใจของคนไร้บ้านทั้งสิ้น
สังคมไทยยังคงไม่เข้าใจภาวะไร้บ้านสักเท่าไรนัก มายาคติอย่างประโยคข้างต้นสะท้อนภาพจำที่บิดเบี้ยวของสังคมต่อคนไร้บ้าน และส่งผลต่อคนไร้บ้านในทุกระดับ ตั้งแต่ปฎิกิริยาของคนต่อคนไร้บ้าน จนกระทั่งการกำหนดนโยบายเชิงสังคม
เมื่อมองไปทุกวันนี้ เราจะเห็นว่าพื้นที่สาธารณะถูกคุกคามด้วยพื้นที่ส่วนตัว ของกลางที่เป็นของทุกคน กลับถูกยึดครองโดยคนบางกลุ่ม และทำให้การเข้าถึงได้ต้องใช้เงิน พอเป็นแบบนี้ สิทธิการอยู่ในเมืองจึงโดนจำกัดด้วยทรัพย์สิน ใครมีทรัพย์สินมากกว่าก็ดูจะมีข้อต่อรองในฐานะประชาชนของเมืองมากกว่า ทำให้การเป็นคนเมืองที่ไม่มีทรัพย์สินนั้นลำบากกว่าเยอะ ตามตรรกะนี้ คนที่รับผลกระทบหนักที่สุดกลุ่มหนึ่ง จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนไร้บ้าน ที่ดูราวกับว่าไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ ทั้งนั้น แม้ว่าพวกเขาจะมีสิทธิการอยู่ในเมืองไม่ต่างจากเราก็ตาม
คนไร้บ้านมักเป็นกลุ่มคนเปราะบาง และประเด็นคนไร้บ้านก็สะท้อนให้เห็นว่า ที่คือผลจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความยากจน ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และการที่ไม่มีหลักประกันหรือสวัสดิการใดๆมารองรับผู้คนที่สังคมไม่โอบอุ้มพวกเขา
ตราบใดที่สังคมยังไม่ยุติการกดขี่ LGBT+ ผู้คนอีกมากมายก็ต้องเสี่ยงชีวิตหลบหนีความรุนแรงออกมาจากครอบครัวและชุมชนของตัวเอง
ก็เหมือนกับชีวิตมนุษย์ที่หนทางลดเลี้ยวเคี้ยวคด ชีวิตเราไม่เคยตรงไปตรงมา แผนการชีวิตผิดพลาดได้เสมอ ปัจจัยต่าง ๆ มากมายสามารถถาโถมเข้ามาในชีวิต ทั้งที่เราคาดถึงและคาดไม่ถึง และแปรเปลี่ยนชีวิตเรา ชีวิตของคนไร้บ้านก็เช่นกัน
ไตรมาสแรกของปีเหมือนจะไม่ใจดีกับใครเท่าไหร่นัก ยิ่งเมื่อสถานการณ์ไวรัสสายพันธุ์โควิด-19 ระบาด ทุกอย่างก็กลายเป็นเหมือนโดมิโนล้มกระทบกันถ้วนหน้า คนกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดนี้หนีไม่พ้นแรงงานนอกระบบและแรงงานรายวัน ซึ่งนั่นหมายรวมถึงคนไร้บ้านที่พึ่งพางานรายวันเป็นส่วนมาก ที่สำคัญคือเมื่อหลายภาคส่วนรณรงค์การเว้นระยะห่างทางสังคม การเข้าถึงอาหาร น้ำดื่ม และแหล่งพักพิงก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก
“มันพึ่งรัฐไม่ได้เลย ไม่รู้จะให้เขาช่วยอะไร ขอไปไม่เคยได้ เงินคนแก่เนี่ยขอสัก 1,500 จริงๆ ก็พอแล้ว มันยังพออยู่ได้ ฆ่าเชื้ออะไรต้องหามาฉีดกันเองหมด เขาก็บริจาคช่วยกันมา แต่ไม่รู้เศรษฐกิจมันแย่อย่างนี้จะมีคนมาบริจาคอีกหรือเปล่า พวกผมก็ไม่ได้อยากออกไปไหนนะแต่ไม่ออกแล้วมันไม่รอด โรคมันไม่น่ากลัวเท่าไม่มีกิน นี่มีข่าวโรคระบาดมาคนเฒ่าคนแก่ก็ตกใจ มันมีคนนอนติดเตียงด้วย ไม่รู้ต้องทำยังไง”
บันทึกเรื่องราว เล่าถึง “ความรู้สึก” และ “ประสบการณ์” ที่ได้จากการลงพื้นที่เดินกาแฟ พบปะมิตรสหายไร้บ้าน ร่วมกับ Penguin Homeless “5 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับคนไร้บ้าน’: ความรู้สึกจากการเดินกาแฟ พบปะมิตรสหายไร้บ้าน”
The Lancet วารสารทางด้านการแพทย์ที่มีชื่อเสียง ได้รายงานผลการศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ว่าการประกาศใช้กฎหมาย Homeless Reduction Act ของอังกฤษได้ทำให้หน่วยงานด้านสุขภาพของรัฐต้องมีบทบาทเชิงลุกในการป้องกันและสนับสนุนคนไร้บ้านในฐานะกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพมาอย่างยาวนาน